รมช.กษ.ไฟแรง ดัน พ.ร.บ.การยางฯ
- Details
- Category: ข่าว
- Published on Thursday, 23 February 2012 03:21
- Hits: 98
พุ่งเป้ายางแผ่นดิบ 120 บาท/กก.
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช.กษ.) กล่าวในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกร เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง ว่า หลังได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ให้กำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับยาง และทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการบริหารโครงการฯ เป้าหมายแรก คือการผลักดัน พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย โดยรวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับยางพาราให้มีความเป็นเอกภาพ เชื่อว่าเมื่อ พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทยเป็นรูปธรรม จะส่งผลถึงการดึงราคายางให้ขยับตัวสูงขึ้น สำหรับแผนดำเนินการจะเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เกษตรกร และผู้ประกอบการ ได้ระดมความคิดเห็น หาแนวทางจัดทำ พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทยร่วมกัน ส่วนการดำเนินงานในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการฯ ได้หารือกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลัง เรื่องการขยายพื้นที่ปลูกยางพารา เพื่ออำนวยความสะดวกด้านต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรที่สนใจ เข้าร่วมโครงการฯ โดยกระทรวงพาณิชย์จะมีหน้าที่หาตลาด ประเมินสถานการณ์ และคาดการณ์ตลาดล่วงหน้า รวมถึงกำหนดยุทธศาสตร์ด้านการตลาด ส่วนกระทรวงการคลังมีหน้าที่กำกับดูแลธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จัดหาแหล่งทุนสนับสนุนโครงการฯ ต่อไป
ด้านความคืบหน้าหลังการ ประชุมคณะกรรมการบริหารฯ ครั้งที่ 1/2555 เบื้องต้นกำหนดหลักเกณฑ์ของสถาบันเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการฯ รายละเอียดวงเงินกู้ การตลาดและการจัดจำหน่าย โดยเน้นเรื่องราคายางอันเป็นเป้าหมายของโครงการฯ และวงเงินกู้ที่ทาง ธ.ก.ส.จะอนุมัติให้สถาบันเกษตรกร
“ผมขอชี้แจงว่าเป้าหมายของมาตรการ นี้ คือการผลักดันให้ราคายางแผ่นดิบมาอยู่ที่กิโลกรัมละ 120 บาท โดยเร็วที่สุด พร้อมกับเร่งขับเคลื่อนการดำเนินการตามมาตรการ ให้มีผลปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและบรรลุเป้าหมายโดยเร็ว สำหรับกรอบเงินกู้ที่ทาง ธ.ก.ส.จะอนุมัตินั้น จะยึดโยงกับราคายางโดยแบ่งเป็น 2 กรณี คือ กรณีที่ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 FOB. กรุงเทพฯ สูงกว่า 120 บาท จะให้วงเงินกู้ 80% ของราคา และกรณีที่ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 FOB. กรุงเทพฯ อยู่ในช่วง 96-120 บาท จะให้วงเงินกู้ในอัตรา 96 บาท/กก.” รมช.กษ.กล่าว




ข่าวใหญ่ขณะนี้ก็คงเป็นความไม่แน่นอนว่า นโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้ยุโรปจะเดินต่ออย่างไร หลังการเลือกตั้งทั่วไป ในกรีซและฝรั่งเศส