อาชีพชาวสวนยาง "อีสานใต้" (06/02/2555)
- Details
- Category: ข่าว
- Published on Monday, 06 February 2012 07:50
- Hits: 121
เชื่อแน่ว่าหลังยางในโครงการล้านไร่เปิดกรีดได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า จะมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดเพิ่มกว่าเท่าตัว โดยเฉพาะในพื้นที่ทางแถบอีสานใต้ที่ขณะนี้พื้นที่ปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลังในอดีตนั้นกลับกลายมาเป็นสวนยางพารากันเกือบหมดแล้ว จากข้อมูลสำนักงานตลาดกลางยางพาราบุรีรัมย์ โดยผู้อำนวยการ "รณชัย ดาวดวง" ออกมาระบุว่า หลังจากตลาดกลางยางพาราบุรีรัมย์เปิดให้บริการซื้อขายยางแผ่นดิบตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา พบว่ามีเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรนำยางแผ่นดิบชั้น 3 เข้ามาจำหน่ายผ่านระบบตลาดกลางรวมทั้งสิ้น 318.97 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 18.12 ล้านบาท
อย่างในปี 2553 นี้ สถานการณ์ตลาดยางธรรมชาติในพื้นที่ภาคอีสานตอนใต้ได้ขยายตัวเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง สังเกตได้จากปริมาณการซื้อขายยางแผ่นดิบผ่านตลาดกลางที่มีเดือนละไม่น้อยกว่า 120 ตัน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีก หากพื้นที่ปลูกยางพาราในโครงการยางล้านไร่เริ่มเปิดกรีดได้ในปีหน้า คาดว่าจะมียางแผ่นดิบเข้าสู่ตลาดกลางเพิ่มปริมาณเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว
แต่ปัญหาก็ที่เกิดขึ้นก็คือ ยางแผ่นดิบชั้น 3 ที่สมาชิกผู้ขายยางนำเข้ามาจำหน่ายในตลาดกลางบางส่วนเป็นยางแผ่นดิบที่ยังไม่ได้มาตรฐานตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ยางความชื้นสูง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องคัดยางแผ่นดิบด้อยคุณภาพ และไม่ได้มาตรฐานออกก่อนที่จะเปิดประมูลซื้อขายในตลาดทุกครั้งเพื่อให้ผู้ประมูลเกิดความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า
ขณะเดียวกันก็ได้แนะนำให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรเร่งปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพยางแผ่นดิบ โดยให้เข้าฝึกอบรมในศูนย์เรียนรู้ยางพาราในพื้นที่ ซึ่งช่วยให้เกษตรกรมีความรู้ในการผลิตยางแผ่นดิบที่มีคุณภาพสูงขึ้นและตรงตามความต้องการของตลาดด้วย
ปัจจุบันตลาดกลางยางพาราบุรีรัมย์มีเครือข่ายตลาดกลาง 1 แห่งเป็นกลุ่มเกษตรกรภูฝอยลมวิสาหกิจยางพาราอยู่ที่ ต.คอแลน อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราที่อยู่ห่างไกลสามารถเข้าถึงตลาดและมีช่องทางการจำหน่ายผลผลิตยางพาราที่มีความเป็นธรรม โดยกระบวนการซื้อขายต้องยึดมาตรฐานเดียวกับตลาดกลาง ทั้งยังช่วยประหยัดต้นทุนค่าขนส่งให้เกษตรกรด้วย
นอกจากนั้นมีการประสานกับกลุ่มเกษตรกรอำเภอบัวเชด จ.สุรินทร์ เพื่อขยายผลการสร้างเครือข่ายตลาดเพิ่มเติม เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับปริมาณผลผลิตยางพาราในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงที่จะออกสู่ตลาดมากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ เท่าที่ได้รับทราบข้อมูลพบว่าขณะนี้เกษตรกรในพื้นที่ภาคอีสานมีความต้องการกล้ายางค่อนข้างมาก ขณะที่ปริมาณยางชำถุงในตลาดมีน้อย ทำให้พ่อค้าขึ้นราคา โดยบางพื้นที่ขายอยู่ที่ประมาณ 40-50 บาท/ต้น ซึ่งนับว่าค่อนข้างสูง
จึงขอฝากไปยังเกษตรกรที่สนใจกล้าพันธุ์ยางพาราควรไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อกล้ายางเพราะอาจได้ต้นกล้าที่คุณภาพไม่ดีและไม่ได้มาตรฐาน นำไปปลูกแล้ว ต้นยางเล็กอาจตายแล้ง หากไม่มั่นใจควรชะลอการปลูกในปีนี้และยืดเวลาไปปลูกในปีถัดไปเพื่อจะได้เลือกซื้อยางชำถุงที่มีคุณภาพและราคาถูกลงครับ
ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก (3/02/2555)




ข่าวใหญ่ขณะนี้ก็คงเป็นความไม่แน่นอนว่า นโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้ยุโรปจะเดินต่ออย่างไร หลังการเลือกตั้งทั่วไป ในกรีซและฝรั่งเศส