Search

Follow us on Twitter

Information

ราคาดีดทันควันทะยานแตะ107บาท/ก.ก. รัฐทุ่ม1.5หมื่นล.ปล่อยกู้อุ้มยาง 25/01/55

วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2555

นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 24 ม.ค.2555 มีมติเห็นชอบให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนสินเชื่อวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ย 0% ให้สถาบันเกษตรกรและองค์กรสวนยาง (อสย.) เพื่อรับซื้อยางจากเกษตรกรในราคานำตลาดก่อนนำมาแปรรูป โดยครม. อนุมัติงบฯ กลางรายการสำรองจ่ายฉุกเฉินและจำเป็น วงเงิน 1,322 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินจ่ายขาดในโครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง แบ่งเป็น ค่าชดเชยดอกเบี้ยในอัตรา 3.9% เป็นเงิน 731 ล้านบาท ค่าบริหารโครงการเป็นเงิน 450 ล้านบาท และค่าประกันภัยเป็น เงิน 100 ล้านบาท เป็นต้น

ส่วนโครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง ธ.ก.ส. จะปล่อยสินเชื่อให้สถาบันเกษตรกรที่ผ่านการคัดเลือกของคณะกรรมการบริหารโครงการ วงเงิน 5 พันล้านบาท และปล่อยสินเชื่อให้อสย. วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท โดยตั้งเป้ารับซื้อยางพาราจากเกษตรกรในปริมาณ 2 แสนตันหรือมากกว่านั้น เพราะเงินดังกล่าวเป็นเงินหมุนเวียนในการซื้อยาง

นอกจากนี้ ครม.เห็นชอบมาตรการระยะสั้นสำหรับแก้ปัญหายางแผ่นรมควันของสถาบันเกษตรกรที่ไม่สามารถขายได้ โดยให้ธ.ก.ส.สนับสนุนสินเชื่อในวงเงิน 2 พันล้านบาท ให้สถาบันเกษตรกรเพื่อเป็นเงินหมุนเวียนในการรับซื้อยางจากเกษตรกร และให้นำยางในสต๊อกประมาณ 3 พันตัน มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยสถาบันเกษตรกรจะเป็นผู้รับภาระดอกเบี้ยการปล่อยสินเชื่อกรณีดังกล่าว ขณะที่รัฐบาลจะสนับสนุนค่าประกันวินาศภัยในวงเงิน 13.3 ล้านบาท สำหรับราคายางแผ่นดิบชั้น 3 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยราคายาง ณ วันที่ 17 ม.ค.2555 ซึ่งคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติอนุมัติมาตรการรักษาเสถียรภาพราคายาง โดยราคายางเพิ่มจาก 85 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 97 บาทต่อกิโลกรัม และเพิ่มเป็น 107 บาทต่อกิโลกรัม

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ราคายางเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้อยู่ที่ 120 บาทต่อกิโลกรัม และในที่ประชุมครม. นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ระบุว่า ทันทีที่มีข่าวว่ารัฐบาลจะมีโครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง ทำให้ราคายางพาราแผ่นดิบชั้น 3 ปรับเพิ่มจาก 90 บาทต่อกิโลกรัมเป็น 107 บาทต่อกิโลกรัม

นายพงษ์ศักดิ์ เกิดวงศ์บัณฑิต นายกกิตติมศักดิ์สมาคมยางพาราไทย กล่าวว่า ขณะนี้ราคายางดิบที่เกษตรกรขายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 115 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 22.32% จากราคา 94.01 บาทต่อกิโลกรัม ในวันที่ 10 ม.ค. ซึ่งทุกๆ การเพิ่มขึ้น 1 บาทของราคายางดิบ จะนำเงินตราเข้าสู่ประเทศ 3 พันล้านบาท ดังนั้น 14 วันที่ตลาดยางพารารับข่าวการอนุมัติงบประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อพยุงราคายาง ทำให้ราคายางเพิ่มขึ้น 20.99 บาท หรือคิดเป็นเงินรวม 62,970 ล้านบาท ที่ได้จากการขายยางพาราเข้าสู่ประเทศ ดังนั้นถือว่าตลาดยางพาราสะท้อนมาตรการพยุงราคายางของคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ที่มี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลังเป็นประธาน ประกอบกับช่วงฤดูนี้อีก 3 เดือนจะเป็นช่วงที่ยางผลิใบและไม่สามารถกรีดได้ ปริมาณยางก็จะลดลงจากระบบ ขณะที่ความต้องการไม่ได้ลดลง