Search

Follow us on Twitter

Information

"เต้น"จัดเต็มนโยบายยางพารา ดัน 3 หน่วยงานยางเป็นหนึ่งเดียวรุกแปรรูปสร้างมูลค่าแทนส่งออก 4/2/55

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า หลังจากเข้ารับตำแหน่ง รมช.เกษตรฯมา 1 สัปดาห์ ได้ประชุมหารือกับผู้บริหารในหน่วยงานที่กำกับดูแลแล้ว ได้สรุปภารกิจ 4 ด้านที่จะดำเนินการให้ลุล่วงประกอบด้วย

1.การรักษาเสถียรภาพราคายางในประเทศให้อยู่ที่ กก.ละ 120 บาท ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติงบประมาณ 15,000 ล้านบาท ในการดำเนินการโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางแล้ว และตนได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการ 5 คณะ ขับเคลื่อนนโยบายนี้แล้ว 

ทั้งนี้ ตนเข้าใจดีว่ายางพาราเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศ แต่ละปีสร้างรายได้ประมาณ 500,000 ล้านบาท หรือเท่ากับการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิปีละ 2 แห่ง แต่อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนยางพาราไทยคือ ยังจำหน่ายในรูปสินค้าขั้นต้นในรูปน้ำยางดิบ ยางแท่ง ยางแผ่น มากกว่าสินค้าสำเร็จรูป ดังนั้นจะใช้กลยุทธ์
2 ส่วนขับเคลื่อนยาง คือส่งเสริมการบริโภคในประเทศจากปัจจุบัน 12% ของผลผลิตเป็น 20% ให้ได้ และรักษาตลาดส่งออกเดิมให้เข้มแข็ง โดยเฉพาประเทศจีนที่ซื้อยางไทยมากถึง 30% ของผลผลิต รวมทั้งขยายตลาดไปยังประเทศที่ยังมีโอกาส


ส่วนโครงการขยายพื้นที่เพาะปลูกยางพารา 800,000 ไร่ของรัฐบาลชุดก่อนนั้น ตนไม่มีความคิดจะไปยกเลิกเพราะเป็นโครงการที่ประชาชนได้รับประโยชน์ แต่จะตรวจสอบปัญหา อุปสรรคและข้อบกพร่องในการดำเนินโครงการ โดยขณะนี้กำลังตรวจสอบว่า เหตุใดโครงการในระยะแรกที่กำหนดไว้ 200,000 ไร่ มีเกษตรกรเข้าร่วมเพียง 60,000 ไร่เท่านั้น พร้อมกันนี้จะดำเนินการรวมศูนย์หน่วยงานด้านยางพาราทั้งกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยา (ส.ก.ย.) องค์การสวนยาง (อสย.) และสถาบันวิจัยยางเพื่อให้เป็นหน่วยงานเดียวกัน ไม่ให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อนกันอีก 

สำหรับปัญหาการจัดการกับเงินค่าธรรมเนียมการส่งออกยาง (เงินเซส) ที่มีอยู่กว่า 20,000 ล้านบาทนั้น ตนจะพิจารณาแนวทางการนำเงินดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ในการยกระดับอุตสาหกรรมยางในประเทศต่อไป.

 

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์