Search

Follow us on Twitter

Information

ซีพีเอสเดินหน้าธุรกิจยางพาราครบวงจร 02/02/55

ซีพีเอสเดินหน้าธุรกิจยางพาราครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

คมชัดลึก วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

กลุ่มพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ต่อยอดธุรกิจยางพาราครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ปีนี้เปิดโฉมผลิตเครื่องกรีดยางกึ่งอัตโนมัติ ต่อด้วยการลงทุนสร้างโรงงานผลิตยางแท่ง 3 ภาค "อีสาน-เหนือ-ตะวันออก" ในปีหน้า ล่าสุดจับมือมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิจัยพัฒนาเพื่อปรับปรุงสายพันธุ์ยางพารากว่า 50 สายพันธุ์ ตั้งเป้าอีก 3 ปี ซีพีเอสจะเพิ่มยอดรายได้เบ็ดเสร็จกว่า 100% ระบุข้าวพันธุ์ "ซีพี 111" และเครื่องจักรแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเป็นตัวสร้างรายได้หลัก 


นายมนตรี คงตระกูลเทียน ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพีเอส) เปิดเผย "คม ชัด ลึก" ว่า หลังจาก ซีพีเอส ประสบผลสำเร็จในการผลิตกล้ายางคุณภาพ นับตั้งแต่ได้ร่วมโครงการส่งเสริมปลูกยางพารา 1 ล้านไร่ (ปี 2547-2549) ในพื้นที่ 36 จังหวัดในภาคเหนือและภาคอีสาน ในฐานะผู้ผลิตต้นกล้ายางให้แก่เกษตรกรแล้ว ทางซีพีเอสเดินหน้าพัฒนาและปรับกล้าพันธุ์ยางคุณภาพมาอย่างต่อเนื่องจนได้พันธุ์ "เจวีพี 80" ที่ให้ผลผลิตสูงถึงไร่ 500 กิโลกรัมต่อปี 

"ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ แต่วงการยางพาราในบ้านเราไม่มีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางมีรายเพิ่ม ทางผู้บริหารซีพีได้มองว่า ต้องขยายธุรกิจยางพาราให้ครบวงจรนับตั้งแต่ต้นน้ำคือ ผลิตกล้ายางพาราคุณภาพ กลางน้ำ ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาผลิตเครื่องกรีดน้ำยางกึ่งอัตโนมัติ คาดว่าจะผลิตออกสู่ตลาดในปีนี้ ส่วนปลายน้ำจะมีการลงทุนสร้างโรงงานแปรรูปยางพาราเป็นยางพาราแท่งในปี 2556" นายมนตรี กล่าว 

จากการขยายธุรกิจของซีพีเอสดังกล่าว ประธานคณะผู้บริหารซีพีเอสมั่นใจว่า ในปี 2555 ซีพีเอสจะสามารถขายยอดรายได้ 2,500 ล้านบาท หรือ 10% และจะเพิ่มยอดรายได้ 5,000 ล้านบาท หรือ 100% ในปี 2557 โดยมีข้าวพันธุ์ใหม่ ซีพี 111 ที่ ดร.เอนก ศิลปพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหารซีพีเอส รับผิดชอบ จะเป็นตัวที่สร้างรายได้หลัก เนื่องจากเกษตรกรกำลังสนใจเป็นอย่างมาก เพราะให้ผลผลิตสูง ตามด้วยธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา ยอดขายเครื่องจักร จำพวกโรงสีชุมชน เครื่องสกัดน้ำมันปาล์ม พันธุ์ข้าวลูกผสม ซีพี 304 เครื่องกรีดยาง รวมถึงรายได้การส่งออกผลไม้ไปยังต่างประเทศ เป็นต้น 

ด้านนายขุนศรี ทองย้อย รองกรรมการผู้จัดการบริษัท เจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ จำกัด กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา แม้ราคายางพาราจะตกต่ำบ้าง แต่ไม่กระทบต่อการขายกล้ายางพารา โดยเฉพาะพันธุ์เจวีพี 80 มียอดจองเพิ่มกว่า 100% จากปีที่แล้วมียอดจอง 3 แสนต้น มาปีนี้กว่า 6 แสนต้น โดยเฉพาะผู้ที่จองในงานมหกรรมพืชสวนโลกที่ลดราคาพิเศษจากปกติต้นละ 120 บาท ขายเพียงต้นละ 100 บาท มีผู้สั่งจองแล้วกว่า 1,000 ราย นอกจากกล้ายางเจวีพี 80 แล้ว ขณะนี้ทางซีพีเอสร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) หาดใหญ่ กำลังวิจัยเพื่อปรับปรุงพันธุ์ยางคุณภาพ 50 สายพันธุ์ เน้นทนแล้ง ให้ผลผลิตน้ำยางสูง ต้านทานโรคที่ในพื้นที่ภาคอีสานต่อไป 

ส่วนการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องกรีดยางกึ่งอัตโนมัติ ขณะนี้อยู่ในขั้นทดสอบความคงที่ คาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์และสู่ตลาดภายในปีนี้ เบื้องต้นผลิต 5,000 ชุด มีทั้งเครื่องกรีด กันสาดน้ำฝน และถ้วยระบบปิด ขายชุดละ 500 บาท โดยเครื่องกรีดยางกึ่งอัตโนมัติจะสามารถกรีดยางได้คนละ 30 ไร่ต่อวัน จากเดิมเต็มที่กรีดได้เพียงวันละ 7 ไร่ต่อคนเท่านั้น ขณะที่โรงงานแปรรูปยางพาราแท่งจะเริ่มดำเนินภายในปี 2556 โดยลงทุนแห่งละอย่างน้อย 300 ล้านบาท ในภาคอีสาน 2 แห่ง ภาคเหนือ 1 แห่ง และภาคตะวันออก 1 แห่ง